Sponsored Link

ตลอดช่วง 2-3 ปีที่ผ่านมา เป็นยุคทองการท่องเที่ยวของจังหวัดเชียงใหม่ และถือว่าไม่มีช่วง “โลว์ซีซั่น” เพราะนักท่องเที่ยวคลาคล่ำเต็มเมืองโดยเฉพาะนักท่องเที่ยวจีน ที่ยังคงเดินทางเข้ามาท่องเที่ยวเมืองเชียงใหม่อย่างไม่ขาดสาย

กรมการท่องเที่ยว กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา สรุปสถานการณ์จำนวนนักท่องเที่ยวที่เดินทางเข้ามาท่องเที่ยวในประเทศไทยปี 2557 พบว่า นักท่องเที่ยวจากประเทศจีนเดินทางเข้ามาประเทศไทย ทั้งสิ้น 4,623,806 คนเทียบกับปี 2556 มีจำนวน 4,637,335 คน ขณะที่จังหวัดเชียงใหม่ ตัวเลขก้าวกระโดดจากปี 2554 ที่มีเพียง 4 หมื่นคน เป็น 480,000 คนในปี 2557

“เชียงใหม่” กลายเป็นจังหวัดยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนอย่างรวดเร็วซึ่งเหตุผลของการเดินทางมา มิใช่เพียงเพราะอานิสงส์ของภาพยนตร์จีน เรื่อง”Lost in Thailand” เท่านั้น แต่ยังมีปัจจัยอื่นที่เป็นแรงดึงดูด โดยเฉพาะความเป็นเมืองเก่าเป็นเมืองวัฒนธรรม มีแหล่งท่องเที่ยวที่หลากหลาย และค่าครองชีพถูก ทำให้จังหวัดเชียงใหม่กลายเป็นเมืองยอดนิยมของนักท่องเที่ยวจีนที่เพิ่งเดินทางออกนอกประเทศเป็นครั้งแรก

13819846_1257822560903982_194769133_n

นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มาเที่ยวเชียงใหม่

13814554_1257822600903978_872634627_n

นักท่องเที่ยวชาวจีน

13817238_1257822567570648_1736851892_n

นักท่องเที่ยวชาวจีน ที่มาเที่ยวเชียงใหม่

หลังการการเข้ามาแบบฟุ่งกระฉู ก็ตามมาด้วยปัญหามากมาย ไม่ว่าจะเป็นการถ่ายภาพในสถานที่ที่คนเชียงใหม่ให้การเคารพบูชาในท่าทางที่ไม่เหมาะสม การรับประทานอาหารแล้วไม่จ่ายเนื่องจากอ้างว่าแพงเกินจริง การปัสวะและอุจาระไม่ถูกที่ถูกทาง และที่กล่าวขานกันมากมายเรื่องการจับขี่บนท้องถนน แบบไม่เคารพกฎจารจร และได้มีการอัดคลิปลงสื่อโซเชียว จนได้รับการวิภาควิจารณ์ไปในทางลบแบบแพร่หลาย

Sponsored Link

อีกสาเหตุคือการเข้ามาของคนจีนอย่าล้นทะลักทำให้คนจีนเองเข้ามาทำธุรกิจท่องเที่ยวในบ้านเราโดยขายเองเปิดเอง ใช้ชื่อคนไทยเปิดบ้าง และหาลูกค้าเข้ามาท่องเที่ยงเอง กว้านซื้อห้องพัก คอนโด เช่ารีสอร์ท แบบไม่เกียงราคาและไม่ต่อรอง เพื่อเปิดให้นักท่องเที่ยวจีนเช่า เปิดบริษัทขนส่งสินค้าของฝากจากเชียงใหม่ที่นักท่องเที่ยวไม่สามารถนำติดตัวกลับประเทศได้ หรือจะเป็นไกด์จีนที่เดินทางมาจากจีนเพื่อประกอบอาชีพนี้ คนจีนเปิดบริการให้คนจีนด้วยกัน ส่งผลทำให้ไม่รู้กฎข้อห้าม ข้อบังคับ วัฒนธรรม การใช้ชีวิตของคนเชียงใหม่ จนปฎิบัติผิดกฏแบบไม่มีคนห้ามหรือตักเตือน เพราะคนพาไปก็ไม่เข้าใจวัฒนธรรมเช่นกัน จึงเป็เหตุให้เรื่องราวเรื่องพฤติกรรมอันไม่เหมาะสมเหล่านี้แพร่กระฉอนในโลกโซเชียว มากขึ้นเรื่อยๆ จนเรื่องราวเหล่านี้ไปแพร่หลายในประเทศจีน ทำให้รัฐบาลจีนได้ลงโทษผู้ที่ทำผิด และกำหนดโทษนักทองเที่ยวที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสมอย่างรุ่นแรง เช่นนักท่องเที่ยวที่สาดน้ำร้องใส่แอร์โฮสเตส ลงโทษโดยการไม่ให้ออกจากประเทศจีนอีกเลย เรื่องราวได้กระฉ่อนลงในโซเชียวอย่างต่อเนื่อง จนสื่อในประเทศจีนเริ่มนำเสนอไม่สนับสนุนให้เดินทางมาเที่ยวมาเชียงใหม่

จากด่านเชียงของ จ.เชียงราย ที่มานักท่องเที่ยวนำรถส่วนตัวหลังไหลเข้ามาท่องเที่ยวในไทยมากมายตัวเลขพุ่งขึ้นเรื่อยๆ จนมาถึงปี 2559 สถิติจากด่านเชียงของ กลับไม่มีนักท่องเที่ยวจีนนำรถส่วนตัวเข้ามาเลย สถิติ 0% ส่วนหนึ่งมาจาก การปรับเปลี่ยนกฏ การผ่านด่านกำหนดให้ยานพาหนะที่จะเข้ามาในประเทศไทยเป็นการชั่วคราวต้องเป็นรถยนต์นั่งไม่เกิน 9 ที่นั่ง (นับรวมคนขับ) รถยนต์บรรทุก (กระบะ) ที่มีน้ำหนักรถรวมบรรทุกไม่เกิน 3,500 กิโลกรัม โดยกำหนดให้สามารถนำรถเข้ามาได้ครั้งละไม่เกิน 30 วัน และในรอบปีต้องไม่เกิน 60 วัน รวมทั้งต้องเป็นการยื่นขออนุญาตผ่านผู้ประกอบธุรกิจนำเที่ยวของไทยเท่านั้น และแจ้งขออนุญาตล่วงหน้าอย่างน้อย 10 วันทำการ กำหนดอัตราค่าธรรมเนียมการขออนุญาตรถคันละ 500 บาท และค่าเครื่องหมายแสดงการใช้รถแผ่นละ 500 บาท มีใบอนุญาตขับรถที่กฎหมายไทยรับรอง มีสัญญาและกรมธรรม์ประกันภัย มีสำเนาหนังสือแสดงการจดทะเบียนรถพร้อมฉบับแปล ปฏิบัติตามกฎจราจร และกฎหมายอื่นๆ ของประเทศไทยอย่างเคร่งครัด ฯลฯ จนเป็นอีกสาเหตุที่ทำให้นักท่องเที่ยวลดลงอย่าเห็นได้ชัด

ที่ผ่านมามีเสียงวิพากษ์วิจารณ์ถึงพฤติกรรมของนักท่องเที่ยวชาวจีนที่ไม่เหมาะสม แต่เมื่อระยะนี้จำนวนนักท่องเที่ยวจีนในจังหวัดเชียงใหม่ ลดลงกว่าร้อยละ 50 เมื่อเทียบกับปีก่อน ภาคธุรกิจและนักวิชาการ เสนอแนวทางแก้ไข้ วอนทุกฝ่ายเข้าใจในความแตกต่าง

นักวิชาการศูนย์วิจัยและพัฒนาการท่องเที่ยว สถาบันวิจัยสังคม มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ระบุ ว่าผู้มีส่วนที่เกี่ยวข้อง ควรสร้างเร่งความเข้าใจให้กันคนในท้องถิ่น ไม่ใช่การปลุกกระแสต่อต้าน และข้อจำกัดที่มากเกินไปของระเบียบในการนำรถข้ามแดน คืออีกเหตุผลสำคัญที่อาจต้องมีการทบทวนอย่างเร่งด่วน

ล่าสุดหน่วยงานด้านการท่องเที่ยวในจ.เชียงใหม่ อยู่ระหว่างการหารือก่อนจะส่งหนังสือถึงนายกรัฐมนตรีให้ได้รับทราบและให้ทบทวนการออกกฎหมาย การจัดระเบียบของกรมขนส่งทางบกอย่างเร่งด่วน ขณะเดียวกันจะเข้ายื่นหนังสือถึงเอกอัครราชทูตจีนประจำประเทศไทย เพื่อสร้างความเข้าใจอีกครั้ง

ขอบคุณข้อมูลจาก www.prachachat.net / news.thaipbs.or.th / www.mediastudio.co.th / www.manager.co.th

เรียบเรียงโดย F a i F u

Sponsored Link