Sponsored Link

แกงฮังเล หรือ แกงฮินเล เป็นอาหารที่มีรสชาติเค็ม-เปรี้ยว มีต้นกำเนิดมาจากประเทศพม่า คำว่า “ฮิน” ในภาษาพม่า หมายถึง แกง และ “เล” ในภาษาพม่า หมายถึง เนื้อสัตว์ ชาวไทยภาคเหนือและแคว้นสิบสองปันนา ประเทศจีนนิยมรับประทานกัน

วิธีปรุงแกงฮังเลมีสองแบบคือแบบม่านและแบบเชียงแสน โดยแบบม่านได้รับความนิยมมากกว่าและเป็นวิธีที่แอดมินจะนำมาเสนอวันนี้นั่นเองจ้า ใครที่มาเที่ยวภาคเหนือแล้วติดใจแกงฮังเล วันนี้แอดมินจะมาสอนวิธีการทำที่สามารถทำได้เองที่บ้านเลยละจ้า เราไปดูวิธีการทำกันดีกว่า

ส่วนผสม

เรามาดูส่วนผสมของการทำแกงฮังเลกันดีกว่าค่ะ มีอะไรบ้างนะ ไปดูกันเลย แต่ถ้าแฟนๆต้องการปริมาณเยอะกว่านี้สามารถคำนวณเพิ่มปริมาณตามสูตรได้เลยจ้า

1. เนื้อสันคอหมู 300 กรัม
2. เนื้อหมูสามชั้น 200 กรัม
3. น้ำอ้อยป่น 2 ช้อนโต๊ะ
4. น้ำมะขามเปียก 3 ช้อนโต๊ะ
5. ขิงซอย 1/2 ถ้วย
6. กระเทียม 1/2 ถ้วย
7. ถั่วลิสงคั่ว 2 ช้อนโต๊ะ
8. สับปะรด 2 ช้อนโต๊ะ
9. ผงฮังเล 2 ช้อนโต๊ะ

เครื่องแกง

มาต่อในส่วนผสมของเครื่องแกงกันเลยจ้า

1. พริกแห้ง 7 เม็ด
2. พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
3. หอมแดง 3 หัว
4. กระเทียม 20 กลีบ
5. ตะไคร้ซอย 2 ช้อนโต๊ะ
6. ข่าซอย 1 ช้อนโต๊ะ
7. เกลือ 1 ช้อนชา
8. กะปิหยาบ 1/2 ช้อนโต๊ะ

วิธีการทำ

เมื่อเราเตรียมส่วนผสมและเครื่องแกงเรียบร้อยแล้ว ก็มาลงมือทำกันเลยจ้า

Sponsored Link

1. หั่นสันคอหมูและหมูสามชั้นเป็นชิ้นๆ ขนาดประมาณ 1.5 x 1.5 นิ้ว
kaeng-hang-le1
2. โขลกส่วนผสมของเครื่องแกงทั้งหมดรวมกันให้ละเอียด
kaeng-hang-le2
3. จากนั้นทำการผสมเครื่องแกง, ผงฮังเล, สับปะรดและเนื้อหมู คลุกเคล้าให้เข้ากัน หมักทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมง
kaeng-hang-le3
4. นำหมูที่หมักไว้มาตั้งไฟ ใส่น้ำเล็กน้อย ผัดจนกว่าหมูตึงตัว เคี่ยวต่อ คอยเติมน้ำเรื่อยๆจนหมูนิ่มได้ที่
kaeng-hang-le4
5. จากนั้นใส่น้ำอ้อยป่น, น้ำมะขามเปียก, ใส่กระเทียมและขิงซอย คนให้เข้ากันเคี่ยวต่อไปเรื่อยๆ
kaeng-hang-le5
6. สุดท้ายใส่ถั่วลิสงคั่ว พอเดือดได้สักพักให้ปิดไฟ เพียงเท่านี้เราก็จะได้แกงฮังเลมาทานกับข้าวสวยร้อนๆแล้วค่ะ
kaeng-hang-le6

เคล็ดลับในการปรุง

การคั่วเครื่องแกงควรใช้ไฟปานกลางเพื่อไม่ให้เครื่องแกงไหม้ ผัดด้วยไฟปานกลางให้หอมๆ

เคล็ดลับในการเลือกส่วนผสม

ถ้าไม่อยากทานหมูสามชั้นสามารถใช้ซี่โครงหมูแทนก็ได้เหมือนกันจ้า

แฟนๆสยามดอทสามารถทำตามวิธีที่แอดมินนำมาเสนอวันนี้ จะได้ทานแกงฮังเลที่อร่อยแน่นอนจ้า ลองทำกันดูนะค่ะ

kaeng-hang-le-7

ขอบคุณข้อมูลและรูปภาพ https://th.wikipedia.org/wiki/ และ http://library.cmu.ac.th/
เรียบเรียงโดย YUDYMOVEE

Sponsored Link