Sponsored Link

ก่อนอื่นใครที่เคยได้ยินเพลงนี้  “มะเมี๊ยะ เป๋นสาวแม่ก้า คนพม่าเมืองมะละแมง งามล้ำเหมือนเดือนส่างแสง คนมาแย่งหลงฮักสาว …” เป็น “เพลงมะเมี๊ย” ของ จรัล มโนเพ็ชร ที่กล่าวถึงความรักของมะเมี๊ย วันนี้เราเลยเอาประวัติเรื่องราวความรักขอมะเมี๊ยมาเล่าให้ฟังกัน เชื่อว่าใครหลายๆคนก็คงอยากรู้เรื่องราวความรักแท้นี้แล้ว เช่นกัน

40939_141829609191525_3673209_n

เจ้าชายศุขเกษม

เจ้าน้อยศุขเกษมฯ เป็นลูกชายคนแรกของ เจ้าแก้วนวรัฐ  เมื่ออายุได้ 15 ปี เจ้าแก้วนวรัฐได้ส่งเจ้าน้อยศุขเกษมฯ ไปเรียนที่ เมืองมะละแหม่ง โรงเรียน St Patrick’s School เมื่อ พ.ศ. 2441 เป็นโรงเรียนแคทอลิคชาย ที่สอนภาษาอังกฤษอย่างเดียว (โรงเรียน St. Patrick’s School เป็นโรงเรียนกินนอนชายซึ่งเป็นคาธอลิคในเมืองเมาะละแหม่ง โรงเรียนแห่งนี้ก่อตั้งในปี พ.ศ. 2385 ทำไมเจ้าราชบุตรจึงส่งลูกชายไปเรียนที่นั่น กล่าวกันว่าเจ้าแก้วนวรัฐค้าไม้สักกับพม่าเมืองเมาะละแหม่งจนสนิทสนมเป็นอันดีกับเศรษฐีพ่อค้าไม้ชาวพม่าคนหนึ่งชื่อ อูโพดั่ง เจ้าน้อยศุขเกษมนั่งช้างจากเชียงใหม่ไปถึงเมาะละแหม่งได้พักที่บ้านพ่อค้าอู โพดั่งในช่วงวันหยุด วันเรียนหนังสือ ก็อยู่ที่โรงเรียนกินนอน)

 เจ้าน้อยศุขเกษมฯ ได้เดินเที่ยวอยู่ในตลาด เจอกับสาวงามขายมวนบุหรี่เซเล็ก(บุหรี่มวน) ที่ตลาด ไดวอลขวิน ชื่อ มะเมียะ อายุ 15 ปี และต่างก็ตกหลุมรักกัน อย่างหมดหัวใจ จึงได้คบหากันและใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันฉันสามีภรรยา โดยทั้งสองได้สาบานต่อกัน ณ ลานหน้าพระธาตุใจ้ตะหลั่น ว่า จะรักกันตลอดไป และจะไม่ทอดทิ้งกัน หากผู้ใดทรยศต่อความรักที่มีให้กัน ก็ขอให้ผู้นั้นอายุสั้น

เมื่อเจ้าน้อยศุขเกษมฯ อายุครบ 20 ปี และมีกำหนดต้องเดินทางกลับเชียงใหม่ มะเมียะก็ได้ปลอมตัวเป็นชายติดตามขบวนเพื่อกลับไปยังเมืองเชียงใหม่ ในฐานะเพื่อนหนุ่มชาวพม่า ตามความต้องการของเจ้าน้อยศุขเกษมฯ โดยทั้งสองไม่รู้เลยว่าเจ้าพ่อและเจ้าแม่ของเจ้าน้อยศุขเกษมฯ ได้หมั้นหมายเจ้าหญิงบัวนวลให้เจ้าน้อยฯ ไว้แล้ว

429892_352381718136312_1317590038_n

มะเมียะ

มะเมียะต้องแอบซ่อนในบ้านหลังเล็ก ในขณะที่เจ้าน้อยศุขเกษมได้ใช้เวลาคิดใคร่ครวญ และตัดสินใจเล่าความจริงให้ทั้งสองฟัง แต่เมื่อคืนหนึ่งเจ้าน้อยศุขเกษมฯ กลับไปยังที่พักแล้ว มะเมียะได้รับการเกลี้ยกล่อมโดยหญิง-ชาย ชาวพม่า ให้นางกลับไปรอเจ้าน้อยศุขเกษมฯ ที่เมืองมะละแหม่ง มิฉะนั้นบ้านเมืองอาจเดือดร้อน นางได้เอ่ยขึ้นด้วยความเสียใจ และยินยอมจากไปเพื่อมิให้ผู้ใดได้รับความเดือดร้อน แม้ตัวนางจะจากไกล แต่ความรักอันมั่นคง ยังคงอยู่ดังคำสาบานที่เคยให้ไว้แก่กันและกัน ฝ่ายเจ้าน้อยศุขเกษมฯ ยังคงยืนยันในความรักที่มีต่อมะเมียะ และขอให้นางกลับไปรอที่บ้านก่อน หากมีวาสนาจะกลับไปรับนางมาอยู่ด้วยกันที่เชียงใหม่ให้ได้

Sponsored Link

เช้าวันหนึ่งของเดือนเมษายน นับเป็นวันเดินทางกลับเมืองมะละแหม่งของมะเมียะ อันจะกลายเป็นการจากลาชั่วนิรันดร์ เจ้าน้อยศุขเกษมฯ ได้จัดขบวนช้างส่งมะเมียะทั้งน้ำตา ณ ประตูหายยาที่เนืองแน่นไปด้วยประชาชนที่ใคร่เห็นโฉมหน้าของมะเมียะ ที่ลือกันว่างามนักงามหนา บรรยากาศเต็มไปด้วยความหดหู่และเศร้าหมอง เมื่อเจ้าน้อยศุขเกษมฯ พูดภาษาพม่ากับมะเมียะได้เพียงไม่กี่คำ นางผู้มีใจรักมั่นได้ร่ำไห้ด้วยความอัดอั้นตันใจ ในอ้อมแขนที่ยากจะแยกจากกันได้ เวลานั้นก็ล่วงเลยไปมากแล้ว เจ้าน้อยฯ ได้รับปากกับมะเมียะว่าตนจะยึดมั่นในคำปฏิญาณที่ให้ไว้ต่อหน้าพระพุทธรูปวัดใจ้ตะหลั่นจนกว่าชีวิตจะหาไม่ หากท่านนอกใจมะเมียะโดยสมรสกับหญิงอื่น ขอให้ชีวิตของตนประสบแต่ความทุกข์ทรมานใจ แม้แต่อายุก็จะไม่ยืนยาว เจ้าน้อยศุขเกษมฯ ได้ให้คำมั่นสัญญาว่าภายในเดือนจะกลับไปหามะเมียะให้จงได้ นางจึงคุกเข่าลงกับพื้น ก้มหน้า สยายผมออกเช็ดเท้าเจ้าน้อยศุขเกษมฯ ด้วยความอาลัยหา ก่อนที่เธอจะขึ้นไปบนกูบช้า 

เมื่อกลับไปถึงเมืองมะละแหม่งแล้ว มะเมียะได้มอบเงินทองจำนวนหนึ่งซึ่งเจ้าแก้วนวรัฐและแม่เจ้าจามรีมหาเทวี มอบให้นางก่อนเดินทางกลับเป็นการปลอบขวัญแก่พ่อแม่และน้อง จากนั้นนางได้แต่เฝ้ารอคอยเจ้าน้อยศุขเกษมฯ จนครบกำหนดเดือนที่ท่านได้รับปากไว้ แต่กลับไร้วี่แววใดๆ มะเมียะจึงตัดสินใจเข้าพึ่งใต้ร่มพุทธจักร ครองตนเป็นแม่ชีเพื่อแสดงความบริสุทธิ์ว่านางยังซื่อสัตย์ ต่อความรักที่มีต่อเจ้าน้อยศุขเกษม

46728_141829512524868_8058958_n

เจ้าน้อยศุขเกษมและเจ้าบัวชุม

หลังจากที่ทราบข่าวการเข้าพิธีมงคลสมรส ระหว่างร้อยตรีเจ้าอุตรการโกศลฯ กับเจ้าบัวชุม ณ เชียงใหม่ แม่ชีมะเมียะจึงเดินทางมายังเมืองเชียงใหม่และขอเข้าพบเจ้าน้อยศุขเกษมฯ เป็นครั้งสุดท้าย เพื่อแสดงความยินดีกับชีวิตที่กำลังรุ่งโรจน์ องค์อดีตสวามีผู้เป็นที่รัก ก่อนที่ตนจะตัดสินใจครองตนเป็นแม่ชีไปตลอดชีวิต

แต่เจ้าน้อยศุขเกษมฯ ผู้ยึดสุราเป็นที่พึ่งดับความกลัดกลุ้มอันเกิดจากความรักอาลัยในตัวมะเมียะ ชีวิตที่ไม่เคยมีความสุขในชีวิตสมรส ท่านไม่สามารถหักห้ามความสงสารที่มีต่อมะเมียะได้ จึงไม่ยอมลงไปพบแม่ชีมะเมียะตามคำขอร้อง เพียงแต่มอบหมายให้เจ้าบุญสูง พี่เลี้ยงคนสนิท นำเงินจำนวน 80 บาท ไปมอบให้กับแม่ชีมะเมียะเพื่อใช้ในการทำบุญ พร้อมกับมอบแหวนทับทิมประจำกายอีกวงหนึ่งเป็นตัวแทนของเจ้าน้อยศุขเกษมฯ ให้กับแม่ชีมะเมียะ

เหตุการณ์ ที่เกิดขึ้นทำให้มะเมียะและเจ้าน้อยต่างสะเทือนใจเป็นที่สุด หลังจากเดินทางถึงเมืองมะละแหม่ง มะเมียะได้ครองชีวิตเป็นแม่ชีตามความตั้งใจ จนกระทั่งถึงแก่กรรมในปี พ.ศ. 2505 รวมอายุได้ 75 ปี ส่วนเจ้าน้อยศุขเกษมฯ นั้น หลังจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแล้ว ก็ปล่อยให้ชีวิตจมอยู่กับความทุกข์ระทมอันเนื่องมาจากความรักเรื่อยมา โดยมีสุราเป็นเครื่องปลอบใจ กระทั่งถึงแก่ชีวิตด้วยวัยเพียง 38 ปี

ไม่ว่า มะเมี๊ยะ จะมีตัวตนจริงหรือไม่ แต่ความรักของเธอและเจ้าน้อยศุขเกษมฯ ก็ยังเป็นที่ประทับใจ และถูกยกย่องให้เป็นตำนานของรักแท้ที่ไม่เลือนหายไปได้แม้ว่าจะถูกพรากจากกันก็ตาม …                                                                                                                                       
ขอบคุณเรื่องราวและภาพ จาก Montri Punyafu

Sponsored Link