Share On Facebook
Share On Twitter
Share On Google Plus

“เวียงกุมกาม” ตั้งอยู่ที่ ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ เป็นอดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา ที่พญามังรายโปรดให้สร้างขึ้นเมื่อปี พ.ศ.1829 โดยโปรดให้ขุดคูเวียงทั้ง 4 ด้าน ไขน้ำแม่ปิงให้ขังไว้ในคูเมือง โบราณสถานที่ปรากฏอยู่ในเวียงกุมกามและใกล้เคียงเป็นเมืองทดลองที่สร้างขึ้นมา ก่อนที่จะมาเป็นเมืองเชียงใหม่

wiangkumkam-1

เวียงกุมกาม [ภาพจากเว็บไซต์ เวียงกุมกาม]

การสถาปนา

“เวียงกุมกาม” เกิดขึ้นหลังจากที่พญามังรายได้ปกครองและพำนักอยู่ในนครหริภุญชัย(ลำพูน)อยู่ 2 ปี พระองค์ทรงศึกษาสิ่งหลายๆอย่างและมีพระราชดำริที่จะลองสร้างเมืองขึ้น เมืองนั้นก็คือ”เวียงกุมกาม” แต่พระองค์ก็ทรงสร้างไม่สำเร็จ เพราะเวียงนั้นมีน้ำท่วมอยู่ทุกปี จนพญามังรายจึงทรงต้องไปปรึกษาพระสหายคือพ่อขุนรามคำแหงแห่งสุโขทัยและพญางำเมืองแห่งอาณาจักรพะเยา หลังจากทรงปรึกษากันแล้วจึงทรงตัดสินใจไปหาที่สร้างเมืองใหม่ ในที่สุดจึงได้พื้นที่นครพิงค์เชียงใหม่เป็นเมืองใหม่และเป็นเมืองหลวงแห่งอาณาจักรล้านนาต่อมา จึงสรุปได้ว่าเวียงกุมกามนั้นเป็นเมืองที่ทดลองสร้างขึ้น

การล่มสลาย

เวียงกุมกามล่มสลายลงเพราะเกิดน้ำท่วมครั้งใหญ่ ในช่วงระหว่างปี พ.ศ. 2101 – 2317 ซึ่งตรงกับสมัยพม่าปกครองล้านนา พม่าปกครองล้านนาเป็นเวลาสองร้อยกว่าปี แต่ไม่ปรากฏหลักฐานที่กล่าวถึงเวียงกุมกามทั้งๆที่เหตุการณ์น้ำท่วมครั้งใหญ่นี้เป็นเรื่องร้ายแรงมาก ผลของการเกิดน้ำท่วมนี้ทำให้เวียงกุมกามถูกฝังจมลงอยู่ใต้ตะกอนดินจนยากที่จะฟื้นฟูกลับมา สภาพวัดต่างๆและโบราณสถานที่สำคัญเหลือเพียงซากวิหารและเจดีย์ร้างที่จมอยู่ใต้ดินในระดับความลึกจากพื้นดินลงไปประมาณ 1.50 -2.00 เมตร โดยวัดที่จมดินลึกที่สุดคือวัดอีค่าง รองลงมาคือ วัดปู่เปี้ย และวัดกู่ป่าด้อม

การขุดค้นพบ

ในปี พ.ศ. 2527 เรื่องราวของเวียงกุมกามก็เริ่มเป็นที่สนใจของนักวิชาการและประชาชนทั่วไป ทำให้หน่วยศิลปากรที่ 4 ขุดแต่งบูรณะวัดร้าง(ขุดแต่งวิหารกานโถม ณ วัดช้างค้ำ) และบริเวณโดยรอบเวียงกุมกามอย่างต่อเนื่องจนถึง พ.ศ. 2545 ปัจจุบันเวียงกุมกามก็ได้รับการพัฒนาให้กลายเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งหนึ่งของเมืองเชียงใหม่ เพราะเห็นว่าเวียงกุมกามมีความสมบูรณ์และเป็นแหล่งความรู้การศึกษาในแบบของเรื่องราวทางสถาปัตยกรรมและศิลปกรรมตลอดจนวัฒนธรรมล้านาต่างๆ โดยศูนย์กลางของการนำเที่ยวชมโบราณสถานต่างๆในเขตเวียงกุมกามอยู่ที่วัดช้างค้ำ

wiangkumkam-5-1

เรื่องราวของ เวียงกุมกาม [ภาพจากวิกิพีเดีย เวียงกุมกาม]

ที่ตั้ง และ ลักษณะ

เวียงกุมกามมีผังเป็นรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้ามีความยาวประมาณ 850 เมตร ไปตามแนวทิศตะวันออกเฉียงใต้สู่ทิศตะวันออกเฉียงเหนือ และกว้างประมาณ 600 เมตร ตัวเมืองยาวไปตามลำน้ำปิงสายเดิมที่เคยไหลไปทางด้านทิศตะวันออกของเมือง ดังนั้นในสมัยโบราณตัวเวียงกุมกามจะตั้งอยู่บนฝั่งทิศตะวันตกหรือฝั่งเดียวกับเมืองเชียงใหม่ แต่เชื่อกันว่าเนื่องจากกระแสของแม่น้ำปิงเปลี่ยนทิศทาง จึงทำให้เวียงกุมกามเปลี่ยนมาตั้งอยู่ทางฝั่งด้านตะวันออกของแม่น้ำดั่งเช่นปัจจุบัน

ปัจจุบันเวียงกุมกามอยู่ทางทิศตะวันออกเฉียงใต้ของเมืองเชียงใหม่ ประมาณ ก.ม. 3-4 ถนนเชียงใหม่-ลำพูน ด้านขวามือ ในเขตตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภีและอยู่ใกล้ฝั่งด้านทิศตะวันออกของแม่น้ำปิง

โบราณสถานที่สำคัญ

หลังจากที่หน่วยกรมศิลปากรที่ 4 เชียงใหม่ได้ทำการขุดค้นหาซากเมืองและโบราณสถานเพิ่มเติมก็ได้ค้นพบเจอวัดต่างๆที่จมอยู่ใต้พื้นดินเป็นจำนวนหลายวัด ดังต่อไปนี้

wiangkumkam-6

วัดกู่คำ หรือวัดเจดีย์เหลี่ยม [ภาพจากวิกิพีเดีย เวียงกุมกาม]

วัดกู่คำ หรือวัดเจดีย์เหลี่ยม

เป็นวัดที่ตั้งอยู่นอกเวียงกุมกาม พญามังรายทรงให้ขุดคูเมืองทั้ง ๔ ด้าน แล้วนำดินที่ขุดได้มาทำเป็นอิฐประกอบกับการใช้ศิลาแลงเพื่อก่อเจดีย์ ลักษณะเจดีย์เป็นเจดีย์กลวงสี่เหลี่ยมข้างในเจดีย์มีทางเข้าออกได้ มีพระพุทธรูปประดับด้านละ ๑๕ องค์ แต่ละด้านมีซุ้มพระชั้นละ ๓ องค์ มี ๕ ชั้น รวมทั้งองค์เจดีย์มีพระพุทธรูป ๖๐ องค์ โดยวัดนี้สร้างขึ้นเพื่อบรรจุอัฐมเหสีพระองค์หนึ่งที่สิ้นชีวิตที่เวียงกุมกาม

wiangkumkam-12

วัดกานโถม หรือวัดช้างค้ำ [ภาพจากเว็บไซต์ สยามดอทเชียงใหม่]

วัดกานโถม หรือวัดช้างค้ำ

เป็นวัดสำคัญของเวียงกุมกามควบคู่กับวัดกู่คำ สาเหตุที่ชื่อวัดกานโถม เพราะตั้งชื่อตามนายช่างกานโถมหรือหลานของพญามังราย ซึ่งเป็นผู้สร้างวัดนี้ พญามังรายโปรดให้สร้างวัดนี้ขึ้นเพื่อบรรจุพระบรมธาตุที่ได้จากประเทศลังกา ลักษณะเจดีย์มีฐานกว้าง ๑๒ เมตร สูง ๑๘ เมตร ทำซุ้มคูหา ๔ ทิศ ชั้นล่างไว้พระพุทธรูป ๔ องค์ ชั้นบนไว้พระพุทธรูปยืน ๑ องค์ การซ่อมเจดีย์กานโถม ครั้งสุดท้ายอยู่ในปลายสมัยรัชกาลที่ ๕ ผลของการซ่อมได้กลายเป็นศิลปะพม่าซึ่งเป็นเจดีย์รูปช้างค้ำ อันเป็นที่มาของชื่อวัดช้างค้ำ

wiangkumkam-8

วัดหัวหนอง [ภาพจากเว็บไซต์ เวียงกุมกาม]

วัดหัวหนอง

ตั้งอยู่ในเวียงกุมกาม ใกล้กำแพงเมืองด้านเหนือ วัดมีพื้นที่ประมาณ ๔ ไร่ ภายในวัดมีสิ่งก่อสร้างประกอบด้วยซุ้มโขงประตูใหญ่ อุโบสถ มณฑป วิหารและเจดีย์ ซึ่งมีการสันนิษฐานว่าเป็นที่ประทับของกษัตริย์มาก่อน

wiangkumkam-9

วัดธาตุขาว [ภาพจากเว็บไซต์ เวียงกุมกาม]

วัดธาตุขาว

ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงเหนือของเวียงกุมกาม อยู่ลึกจากผิวดินประมาณ ๑ เมตร ประกอบด้วยเจดีย์ อุโบสถ และมณฑป ลักษณะสถาปัตยกรรมของเจดีย์เป็นเจดีย์กลม ตั้งอยู่บนฐานสี่เหลี่ยมย่อมุม แบบศิลปะล้านนา

นอกจากวัดที่แอดมินยกตัวอย่างมาแล้วนั้น ยังมีวัดอื่นๆอีกหลายวัดที่ตั้งอยู่รอบๆเวียงกุมกาม สามารถอ่านข้อมูลเพิ่มเติมในเว็บไซต์ของเวียงกุมกามได้เลยค่ะ

กิจกรรมที่น่าสนใจ

ภายในเวียงกุมกาม นักท่องเที่ยวสามารถติดต่อขอนั่งรถม้า รถราง เที่ยวเวียงกุมกามได้โดยมีค่าใช้จ่าย ดังนี้

wiangkumkam-4

นั่งรถม้า รถราง เที่ยวเวียงกุมกาม [ภาพจากเว็บไซต์ เวียงกุมกาม]

+ ค่าเข้าชมศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม ท่านละ 10 บาท
+ อัตราค่าบริการรถม้า ปัจจุบันมีรถม้า 12 คัน คันละ 200 บาทสามารถนั่งได้ 2-3 คน
+ ส่วนรถรางมี 9 คัน
    1-10 คน คันละ 300 บาท
    11-15 คน คันละ 350 บาท
    16-20 คน คันละ 400 บาท

สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่ขอเข้าชมเมืองประวัติศาสตร์เวียงกุมกามและนั่งรถม้า รถรางได้ 3 ที่ด้วยกันคือ

1) ศูนย์ข้อมูลเวียงกุมกาม
2) วัดช้างค้ำ(กานโถม)
3) วัดเจดีย์เหลี่ยม

การบริการนำเที่ยวชมเวียงกุมกามใช้เวลาประมาณ 45 นาที ถึง 1ชั่วโมง การบริการนำเที่ยวจะมีมัคคุเทศก์อาสาในพื้นที่ให้บริการ โดยรถม้าคนขับรถม้าจะเป็นทั้งมัคคุเทศก์บรรยายให้ข้อมูลประวัติศาสตร์เวียงกุมกามด้วย

“เวียงกุมกาม” อดีตเมืองหลวงของอาณาจักรล้านนา [ภาพจากเว็บไซต์ เวียงกุมกาม]

แฟนๆสยามดอท ท่านใดที่อยากมาสัมผัสกับบรรยากาศเมืองเก่าๆ และศึกษาข้อมูลประวัติศาสตร์ “เวียงกุมกาม” เป็นอีกที่ที่น่าสนใจค่ะ

ข้อมูลทั่วไปของเวียงกุมกาม

  • ที่อยู่ : ตำบลท่าวังตาล อำเภอสารภี จังหวัดเชียงใหม่ รหัสไปรษณีย์ 50140
  • โทร : 053-140322
  • พิกัด : 18.752134, 98.998552
  • web: http://www.wiangkumkam.com/

แผนที่

ขอบคุณรูปภาพและข้อมูลจาก http://www.wiangkumkam.com/
ขอบคุณข้อมูลจาก https://th.wikipedia.org
โพสโดย YUDYMOVEE

เรื่องที่น่าสนใจ